Please Speak Up!!

 

แก...

ฝันถึงแกอีกแล้วนะ...ทุกครั้งที่ฝันถึงแก ก็จะเป็นสมัยเรียนมัธยมปลาย แกก็มาแบบเดิม..ผมสั้น ใส่แว่น...แบบตอนสมัยเรียน และแต่ละครั้งฉันก็จะมีเรื่องเล่าให้แกฟัง ส่วนแกก็จะได้แต่รับฟัง พยักหน้า หรือยิ้ม...ไม่ตอบอะไรไปมากกว่านั้น ผิดกะตอนสมัยเรียนที่แกช่างพูดมากกว่าฉัน หรือแม้กระทั้งเรียนจบ แกก็ยังคงพูดมากกว่าฉัน

อาจเป็นเพราะช่วงมัธยมเป็นช่วงที่เราสนิทกันจริงๆ ทั้งๆที่อยู่โรงเรียนเดียวกันมา แต่ก็อยู่คนละห้องมัธยมปลายนี้และ ที่แกจะนั่งข้างฉัน ฉันจะนั่งข้างแกตลอด ทำอะไรก็แทบจะทำด้วยกันเสมอ อยู่ชมรมเดียวกัน แกทักเปียให้ฉันทุกเช้าก่อนเข้าแถว พอตอนเย็นถ้าแกไม่เรียนพิเศษแกก็จะไปยืนเป็นเพื่อนฉันทุกเย็นจนกว่าพ่อฉันจะมารับ...ทำกิจกรรม และ วีรกรรมหลายอย่างด้วยกันมาก ตอนไปเรียนครูสมศรี แกกะฉันก็แทบจะยึดห้องเรียน ช่วยกันจองเก้าอี้ข้างหน้าให้เพื่อนคนอื่นๆที่ยังไม่มาก แบบว่าโรงเรียนอื่นหมดสิทธ์นั้ง

ถึงแม้ช่วงมหา'ลัยเราจะไม่ได้เรียนด้วยกัน แต่เมื่อเรามาเจอกันที่ไรแกกะฉันก็ยังคุยกันเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน จนถึงวันสุดท้ายก่อนที่ฉันไปเรียนต่อ แกถามฉันว่าฉันอยากไปไหน ทำอะไร วันนั้นแกก็อยู่กะฉันถึงตีสาม ตีสี่ ด้วยเหตุผลที่ว่าแกคงไปส่งฉันไม่ได้เพราะมีประชุม เครื่องออกเก้าโมงเช้า แต่สุดท้ายแล้วแกก็มา และก็บอกฉันว่า "ฉันโดดประชุมว่ะแนน"

จำตอนไปเที่ยวกันได้ไหม ฉันจำได้ แกก็คงจำได้ เราอยากไปไหนก็ไปกัน ไม่รู้ทำไปได้ไง อยากร้องเพลงแต่ห้องดันเต็ม...หันมามองหน้ากัน แล้วพยักหน้า เวลาสี่ทุ่มกว่าๆ จากแถวสยาม เราขับรถร้องเพลงกันมาเรื่อยๆ ดันไปถึงพัทยาได้ไงก็ไม่รู้ กลับมาถึงบ้านหกโมงเช้าแม่ฉันลงมาพอดี ฉันก็ต้องบอกแม่ว่าที่บอกว่าไปค้างบ้านแก จริงๆนะไม่ใช่แต่ยังไม่บอกว่าไปไหน พอแม่มารู้ แกรู้ไหม แม่ฉันบอกทำไปได้ แม่ก็ว่ามันแปร่งๆ ทำไมกลับมาเร็ว...ฉันก็เล่าให้แกฟังแล้วนี้เนอะ

ฉันมีเรื่องทุกข์ใจอะไรแกก็เป็นนางทางโทรศัพท์ให้ฉัน เวลาถึงทีแกหน้าที่นั้นก็เป็นของฉัน แกชอบรู้แกวฉันรู้ว่าฉันจะคิดหรือพูดอะไร ชอบว่าฉันอาร์ทมากเกิน แม่คุณอารมณ์ศิลปิน แต่หลายเรื่องแกก็ใจกล้ากว่าฉันอีกนะ บางทีฉันก็หงุดหงิดแกหว่ะ ที่แกชอบดื้อหัวชนฝา แต่พอถึงตาฉันๆก็ไม่ใช่ย่อย ไม่ต่างจากแกเลย...

แกไปแล้ว หลายปีแล้ว ถึงแม้ว่าบางทีฉันอาจจะยังรู้สึกว่าแกยังอยู่กะฉันนี้หล่ะ และฉันก็ชอบเจอแกในฝัน ใช่ป่าวว่ะ แกมาเยี่ยมฉันใช่ไหม ฉักคิดถึงแกนะ และแกก็คงคิดถึงฉัน และที่แกเคยบอกไว้ว่าเราจะได้กลับมาเจอกันอีก เป็นเพื่อนกันอีก ฉันก็จะรอวันนั้นนะ ถึงตอนนั้นส่งซิกแนลให้ด้วย ว่านี้คือแก

แกรู้ป่ะจากวันนั้นถึงวันนี้...

อีเมลล์ฉันที่แกสมัครแอคเคานท์ให้พร้อมอธิบายความหมายว่าทำไมแกถึงตั้งชื่อนี้ ฉันก็ยังใช้มันอยู่
จดหมายแกทุกฉบับที่ส่งมา ฉันก็ยังเอามาอ่าน
ชื่อแก อีเมลล์แก ในเมสเซนเจอร์ ฉันก็ไม่ได้ลบออก (แตถ้าวันไหนมันเกิดออนไลน์ได้ขึ้นมา คงขนลุกพิลึก)
ฉันก็ยังคงใช้น้ำหอมที่แกชอบ และฉันก็ชอบ
รูปแกก็ยังคงอยู่ในกระเป๋าตังค์ฉัน

อะไรอีกหล่ะ ทุกอย่างเกี่ยวกะแกฉันก็เก็บมันไว้ที่เดิม
...
เอาเถอะฉันเขียนถึงแกมาพอสมควรแล้ว แต่ก่อนแกก็ชอบเขียนไดอารี่ออนไลน์แบบนี้ และฉันก็ชอบเข้าไปอ่าน และแกก็ยุฉันว่าเมื่อไหร่ฉันจะเขียนบ้าง ถึงตอนนี้ฉันเขียนขึ้นมาจริงๆบ้าง แกก็คงไม่ได้อ่าน และก็อ่านไม่ได้ ฉันเสียดายที่แกเคยเขียนไว้ว่ะ หน้าจะเซฟเก็บเอาไว้ เวลาแกเขียนอะไรช่างดูมีหลักการณ์ ดูจะคิดได้ ไม่เหมือนตัวจริงแกเลย
...
ยังไงๆ แกก็คงเป็นเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุดนะ
อยากจะร้องไห้ว่ะ

....


« Home | Next »
| Next »
| Next »
| Next »
| Next »
| Next »
| Next »
| Next »
| Next »
| Next »

At 3/09/2006 8:09 PM, Anonymous Anonymous said...

เก็บความรู้สึกดีดีไว้นะ
ดีแล้ว
อย่างน้อย เราก็ได้มีเพื่อนที่รัก และไว้คิดถึง
มดว่าเค้ารับรู้ได้นะคะ
มีความสุขมากๆนะคะ    



At 3/09/2006 9:26 PM, Blogger dogdoy said...

หง่ะ.. พึ่งรู้อ้ะ อลงกรณ์ เมินทุกข์.. เพื่อนเรา
ไปมีความสุขแล้ว แน่ะ รู้นะ ยายมด.. ยิ้มอีกแล้ว..    



At 3/11/2006 1:30 AM, Anonymous Anonymous said...

เค๊าว่ากันว่า คนที่รำพึงรำพัน เรื่องอดีตมักจะ..........



ละไว้ในฐานที่เข้าใจดีกว่าเนอะ    



At 3/13/2006 12:53 AM, Blogger Nan said...

ค่ะ...ยอมรับค่ะ    



» Post a Comment