Please Speak Up!!

 

message from nan (^ _ ^)

12.23.2005

" ขอให้พี่น้องและเพื่อนพ้อง...จงมีความสุขกันถ้วนหน้านะจ๊ะ "
\(^_^)/ \(^_^)/





























click "play" to view video clip

...

12.20.2005

โอ้ย...น้ำตาจะไหลค่ะ
ยิ่งฟังเพลง...ไปด้วยแล้ว

วันนี้โทรไปหาพ่อกะแม่มาตั้งแต่ 6 โมงเช้า(ของที่เมืองไทย) มีความสุขมากจริงๆ เวลาที่คุยกะคุณพ่อ คุณแม่ อยากจะมีประตูโดเรม่อน จะได้เปิดประตูไปหาได้เลย และก็จะไม่เปิดประตูกลับมาที่นี้และ...
ปีนี้..เค้าจะไปเคาน์ดาวน์ปีใหม่ที่ต่างจังหวัดกันกับกลุ่มป้าๆ ลุงๆ เพื่อนสมัยเรียนของแม่ อยากไปด้วยใจจะขาด (ไปกันทุกคน...ขาดเราอยู่คนเดียว) ทริปนี้คงคล้ายๆกับที่เราไปเมื่อ 4 ปีก่อนหล่ะมั้ง...

และแล้วก็อดถามไม่ได้...

"แล้วคุณแม่ไม่ไปงานตอนเช้าเค้าด้วยเหรอค่ะ"
"แม่ต้องประชุมอ่ะลูก ไว้ไปตอนเย็นพร้อมน้องๆเลยดีกว่า"
"นี้ตอนแรกแนนว่าจะเมสเซสไปยินดีกะเค้านะนี้...แต่นึกไปนึกมาไม่เอาดีก่า...เดี๋ยวจะคิดอย่างงู้นอย่างงี้อีก...ทั้งๆที่เราก็อยากจะอวยพรจริงๆ..."
"อ้าว...ทำไมล่ะลูก ไม่เห็นเป็นไรเลย...ไม่ลองเมสเซสไปแกล้ง...ให้แสบๆคันๆ"

(โธ่...คุณแม่ก้อออออ....(-_-)...)

เฮ้อ...!

"พี่ค่ะ...แนนอยากโทรไปหาพี่ด้วยซ้ำค่ะ...แต่คงไม่มีโอกาส...และก็คงไม่เหมาะ...แต่ก็ขอให้พี่มีความสุขมากๆนะค่ะ"

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็อยากจะรู้จักพี่แบบเดิมๆ สมัยที่ยังเอาปืนฉีดน้ำวิ่งไล่ยิงกันอ่ะค่ะ
ผู้ใหญ่ก็นั้งคุยกันเรื่องเก่าๆ สมัยตอนยังหนุ่มๆสาวๆ แก็งค์เด็กๆอย่างพวกเราก็วิ่งเล่นกันจนเหนื่อย ไม่เรียกก็ไม่มีใครมาทานอะไรหรอก...พวกเด็กผู้ชายก็เล่นทะโมนอยู่ข้างนอก เด็กผู้หญิงก็เล่นกุ๊กๆกิ๊กๆ อยู่ในห้อง
ไปๆมาๆก็มารวมกลุ่มกันทุกที...สนุกดีเนอะ....ส่วนพี่ก็ชอบแกล้งน้องๆ ไปเรื่อยๆ

"โตแล้ว พี่ก็ยังมาแกล้งน้องอีกอ่ะ....ใจร้ายไม่เลิกเล้ย"

เฮ้อ...! (อีกทีนึง)

ยังคิดถึงพี่เหมือนเดิมเลยน๊ะ...

เรื่อยเปื่อย

12.16.2005

3 ทุ่ม 10 นาที...
หน้า flat screen...

เบื่อ...อยากกลับบ้าน...
คิดถึงพ่อ แม่ แน๊ต นิ... เมจิ ปิง ปอง และโกโก้ที่จากไป...
คิดถึงเพื่อน ๆ เซนต์ฟรัง...ศิลปากร...
คิดถึงพี่ๆ ที่ 103...
คิดถึงทะเลสวยๆ...
คิดถึงอาหารอร่อยๆ...

คิดถึงอดีต...

เพลงก็เศร้า...
คนก็เซ็ง...
อากาศก็โคตรหนาว...

เบื่อว่ะ...
มีการบ้าน...
แต่ยังขี้เกียจทำอยู่...
เดี๋ยวพอถึงเวลา...ก็ตาลีตาเหลือก...
เอาเหอะ...เดี๋ยวทำหน่ะ...

จิบน้ำหนึ่งอึก...
เรื่อยเปื่อยมากชั่วโมงนี้...

ความพอใจของฉัน...
เบื่อเว้ย...

ส่วนหนึ่งของความเบื่อ...
คุณนาย...อย่ามาคอยจ้องจับผิดกันให้มาก น่ารำคาญ...
อย่ามายุ่งกะกรูให้มาก ไม่ต้องมาคอยจัดแจง...
หอยหลอดเอ้ย...เป็นใครว่ะ ไม่ใช่พ่อ แม่ ญาติ พี่ น้อง กรูซะหน่อย...

จิบน้ำอีกที...
นี้กำลังบ้าอะไรอยู่ว่ะ...

เรียนจบแล้วค่อยว่ากันอีกทีหน่ะ...

หม่ามี้....หนูเบื่ออ่ะ

(-_-)ZZZ

3 ทุ่ม 28...
หน้า flat screen....

*ขออภัยหากไม่สุภาพและไร้เหตุผล*


เรื่องของผม?

12.14.2005

วันนี้มีคนพูดเรื่องผมกันเยอะ ไม่รู้ทำไม...
เริ่มจากมีพี่คนนึงทักว่า...

"น้องแนนนน...ตายแล้ววววว...ทำไฮไลท์ด้วยเหรอจ๊ะ"
(ทำไมว่ะ ทำไม่ได้เร๊อะ)
"โห..พี่ทำตั้งนานแล้ว ผมแนนก็ทำมาตลอด พี่เพิ่งเห็นเหรอค่ะ"
(งง..อ่ะ คงเพิ่งมาสังเกตุเห็น)
"จริงเหรอ...ไม่จริงง่ะ"
(ยังจะมาเถียงอีกนิ)
"ทำไมผมแนนตรงจัง..."
(อ้าว...เรื่องของกรู*)
"ทำไมของพี่ไม่ตรง"
"เอ่อ..คือว่า...พี่ค่ะ (-_-) "


หน้าหนาวไว้ผมสั้นอันตรายยิ่งนัก หนาวคอ...
เคยไว้ผมสั้น สั้นๆ ยาวๆ สลับไปมา
หลายคนไม่ชอบ...หลายคนโอเค
โดยรวมเข้าว่า...ถ้าฉันไว้ผมสั้น...ฉันจะดูเหมือนทอม
(จะไปเหมือนได้งายยยย...ผู้หญิงจะตาย!)

เคยมีประสบการ์ณเฉียดสยิว เรื่องนั้นมีอยู่ว่า...

ตอนเรียนปี 2...สมัยนั้น (ใช้คำว่า "สมัยนั้น" เลยเร๊อะ)
ไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านสุขุมวิท 26 (เน้นไปเต้นนะฮะ...บอยไม่ดื่ม บอยไม่ดูด*)
ด้วยความที่ว่าตอนนั้นตัดผมสั้นๆ เปิดหู แต่งตัวก็ปลอดภัย ไม่ล่อแหลม (แหม..ก็ไปที่อย่างนั้นอ่ะท่าน)
เสื้อเชิ้ต + ขาม้า (เออ..เหมือนผู้ชายจริงแฮะ)
พวกเพื่อนผู้ชายก็เน้นดื่มกะดูหญิง ส่วนเราๆ พวกผู้หญิงเน้นไปเต้น
โห...ตอนนั้นก็เริ่มแต่งตัวกันเอ็กซ์ ๆ แล้ว(คนอื่น)

เห็นกลุ่มนึงผู้หญิงงล้วน สะดุดตามากจ๊ะ ใส่แบบว่าเหมือนเป็นแค่เสื้อในกะยีนส์ ทั้งกลุ่ม !

แนนออกไปเต้นนะ...ตอนนั้นออกไปกะแป๋ม กะกิ๊บ และก็บี แล้วก็เพื่อนผู้ชายอีก 2 คน (อย่าเอ่ยนามเลย เดี๋ยวเค้าจะเสียหาย..อิอิ)
เต้นกำลังสนุกเลย แต่รู้สึกว่าโดนเบียดๆ ข้างหลังยังไงไม่รู้...
ลักษณะแบบโดนสีอ่ะ เราก็เขยิบหนี...
แหนะ! โดนอีก ไม่เลิก...หมุนไปทางไหน มันก็ตามเอาบั้นท้ายมาสีอยู่ได้
จนรำคาญ...หันไป อ้าว!..เป็นอีกลุ่มเสื้อในนั้นเอง อะไรว่ะ...น่ารำคาญชิปเป็ง...
แต่ไอ้พวกเพื่อนผู้ชายมันชอบดิ ได้เต้นใกล้ๆ
จนขยับหนีอีก เธอก็ยังตามมารังควาน...เห็นว่าจะทำให้อัตถรสในการเต้นไม่สนุก
เลยหันไปบอกอย่างสุภาพว่า...

"เอ่อ..ขอโทษนะค่ะ.."
เท่านั้นแหละค่ะ เธอหันกลับมาแล้วตอบอย่างไม่สบอารมณ์ว่า
"อ้าว...ผู้หญิงเหรอ" แล้วทำหน้าเซ็ง ๆ (โดยเฉพาะคนที่สีฉัน) แล้วก็พากันย้ายไปที่อื่นทั้งกลุ่มเลย...
เพื่อนผู้ชายเราก็...
"โห...ไอ้แนนอ่ะ เสียดายว่ะ ดูดิไปเลย"
แนนก็งง...
"อ้าว...ความผิด(กรู*) ไหมหล่ะ (ครับท่าน)"

อีกเรื่อง..

ณ สถานบันเทิงที่เดิม แต่คนละวัน
อารมณ์เดิม แต่คราวนี้มีการแนะนำกันนิดหน่อย เพราะเพื่อนเราดันไปรู้จักกับเธอ
หลังจากที่เค้าทักทายกัน ก็มาแนะนำให้ฉันรู้จัก...

เพื่อน:"อ่ะ...คนนี้ชื่อ...(อะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้) คนนี้ชื่อแนน"
เธอ: "หวัดดีค่ะ ....
(เสียงหวาน ออดอ้อนมากค่ะ...จำได้ขนาดนั้น)
เธอ: "ชื่ออะไรนะค่ะ ไม่ค่อยได้ยิน .."
(พร้อมกะยื่นหน้าตัวเข้ามาใกล้ๆ)
แนน: (ยิ้ม) "อ๋อ...ชื่อแนนค่ะ" (ยิ้มอีกที)
เธอ: "อ้าว...ผู้หญิงเหรอค่ะ นึกว่าผู้ชายซะอีก ก็แปลกใจทำไมชื่อแนน"
แนน: "อ้าว..."(เหมือนกัน)...(งงค่ะ)


นี้ฉันเค้าใจผิด หรือเค้าคิดกันไปเอง...เห็นไปกันได้นะ แต่ก็อย่างว่า มืดๆ คงเห็นอะไรไม่ชัด
ผู้หญิงบางคนดูในนั้นส๊วย สวย แต่งตัวเอ็กซ์ซะ...
แต่พอใกล้ปิด...ไฟเปิด...ออกมาเจอกันข้างนอก...หน้ายังกะฝาเบียร์*

แม่ก็ว่า (พ่อไม่ว่า) น้องก็ว่า เพื่อนผู้ชายก็ว่า (เพื่อนผู้หญิงไม่ว่า..แต่บางคนก็ว่า) ว่า...
"(แก)ไว้ผมยาวดีกว่านะ ดูผู้หญิงหน่อย"
ตอนนั้นก็คิด "ผู้หญิงผมสั้น เท่ๆออกนะค่ะ"


ตอนมาที่อเมริกาใหม่ๆ ตัดผมสั้นกุด 1.5 นิ้วทั้งหัว ใครๆก็คิดว่าใช่
ตอนเจอเพื่อนอีกัน*แรกๆ มันส่งตาหวาน ไปๆมาๆ มันถาม เราเป็นเหมือนมันป่าว...
ถ้าใช่...มันชอบ...เดทกันเถอะ

"i am strange ค่ะ"

เลยรู้แล้วหล่ะว่าไว้ผมสั้นแล้ว "ไม่เกิด"

บอยไม่ดื่ม...บอยไม่ดูด* = ไม่ดูดบุหรี่
กรู* = ให้ความรู้สึกที่สุภาพกว่า "กู" เน๊อะ
เพื่อนอีกัน* = เพื่อนผู้หญิงชาวอเมริกัน
หน้ายังกะฝาเบียร์* = จากคำบอกเล่าของเพื่อนทอย*
เพื่อนทอย* = เพื่อนของแนน...ชื่อ "ทอย"

นาทีอันยาวนาน

12.11.2005

วันนี้รู้สึกโล่งใจเป็นพิเศษ...
ขับรถกลับคนเดียวอย่างเป็นปกติ...
ฟังเพลงได้ดังๆตามที่อยากจะฟัง...

ทำไมเหรอ...

เมื่อไหร่จะกลับมาซักทีนะ...
เธอจะได้ไม่ต้องติดเบาะของฉันอีก...

มันป็นความรู้สึกที่อึดอัดมากนะฮะ...
บอกไม่ถูกฮะ...เพราะฉันรู้ว่าที่คุณพูดดีกับฉัน...เพราะคุณต้องพึ่งฉัน...
ขับรถไม่เป็น...แถมขึ้นรถเมล์ไม่เป็นอีก...ไปไหนมาไหนแสนจะลำบาก...
อเมริกานะค่ะ...หัดขับรถไว้บ้างก็ดี...

ความรู้สึกที่แบบว่าไม่เป็นส่วนตัว...
ที่มีคนมานั้งอยู่ข้างๆ...แล้วพยายามเสแสร้งชวนคุยดีๆ...
รู้ป่าวค่ะ...ว่ามันฝืดมากค่ะ...ฉันไม่ค่อยมีรมณ์ร่วมเท่าไหร่

ดิฉันต้องขับรถเร็วกว่าเดิม...เพื่อให้เวลาอันข่มขืนมันจบลงไปเร็วๆ
ก็เพื่อไปส่งคุณถึงหน้าประตูบ้านไงหล่ะ...ต้องปูพรมแดงให้ด้วยเลยไหมค่ะ

แต่ที่จริงดิฉันก็ไม่หน้าไปบอกคุณตั้งแต่ตอนแรกๆเลยนะค่ะ ว่าบ้านอยู่แถวๆกัน
ทั้งที่จริง ก็ไม่ได้ใกล้ซะเท่าไหร่...
พูดง่ายๆ...ฉันเลยซวยเลยค่ะ

ขอโทษนะค่ะ...ที่วันนี้ต้องโกหกคุณไป
แต่ช่วยไม่ได้ค่ะ...เพราะว่าฉันแค่ไม่อยากต้องไปส่ง
หลานตัวเองก็มีมารับได้นี้ค่ะ...ก็ไปกับเค้าเถอะน๊ะ

หรือไม่...ถ้าหัดจริงใจกับคนอื่นเค้าบ้าง...คงมีคนอาสาไปส่งให้เองหล่ะค่ะ

จบ~

...

12.08.2005

ที่มา: FW. mail

********************

เนื้อความความรัก..กับ ความผูกพัน หน้าตาคล้ายกัน .. เหมือนซ้าย-ขวา
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ ...
รู้สึกว่า .. คิดถึง .. แล้วมาหา คือ ..รัก
รู้สึกว่า .. เคยมาหา .. เลยมาหา คือ .. ผูกพัน

รู้สึกว่า .. หิว .. แต่อยากรอ คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. อิ่มแล้ว .. อยากเอามาฝาก คือ .. ผูกพัน

รู้สึกว่า .. อยากให้เวลากันและกัน คือ ..รัก
รู้สึกว่า .. อยากใช้เวลา ด้วยกัน คือ .. ผูกพัน

รู้สึกว่า .. หงุดหงิดคือทำให้อีกคนไม่สบายใจ คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. โกรธคือทำให้อีกคนสำนึกบ้าง คือ .. ผูกพัน

รู้สึกว่า ..ไม่มีนาทีไหนไม่คิดถึง คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. นาทีไหนที่ว่างจะคิดถึง คือ .. ผูกพัน

ขอบคุณเหลือเกิน .. ความผูกพัน .. ที่ทำให้รัก
ขอบคุณเหลือเกิน .. รักที่เป็นมากกว่า .. ความผูกพัน

เคยไหมรักใครคนหนึ่ง ด้วยความรู้สึกว่า ....
เคยผูกพันเหมือนเคยรักกัน แล้วพลัดพราก ต้องมาตามหากันเป็นแรมปี

ถ้าเคยรู้สึกอย่างนี้

ยามที่มองแววตาใครคนนั้น แล้วรู้สึกอยากอยู่ข้าง ๆ เพื่อคอยกางแขนปกป้องและดูแลไปตลอดชีวิต
ความรู้สึกนั้น .. เรียกว่า รักและผูกพัน ความรู้สึกที่ .. มิอาจพรากจากกัน ได้อีกแม้เพียงหนึ่งเสี้ยววินาที


********************

SPACE NEEDLE

12.01.2005

วันนี้ได้คุยกับเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย 'คุณโจ' แกบ่น ๆ ว่าอยากมาเที่ยว Seattle
และอยากเห็น Space Needle...

จะต้องขอบอกตามความเป็นจริงเลยนะค่ะว่า ดิฉันอยู่ที่นี้มาเกือบ 4 ปี แล้ว
ยังไม่เคยขึ้นไปบนนั้นเลยค่ะ อาจจะเป็นเพราะอยู่เมืองนี้ เลยเฉย ๆ
อย่างมากก็แค่ ไปแถวๆนั้นบวกกับเมื่อก่อนต้องเข้าไปเรียนใน downtown
เลยทำให้ต้องผ่านแถวนั้นอยู่บ่อย ๆ เลยไม่รู้สึกอะไร

ถ้าอยากจะชมวิวจริง ๆ เราก็รู้แหล่งที่จะขึ้นไปชมได้ (แถมไม่ต้องเสียค่าขึ้นด้วย)

เพื่อไม่ให้เสียชื่อที่อยู่เมืองนี้
ลองมาทำความรู้จักกับสัญลักษณ์ของเค้า (กันคร่าวๆ) กันหน่อยซิ

นี้แหละคือเค้าหล่ะ...

- ชื่อเดิม "The Space Cage"

- "605-foot flying saucer on legs"

- ความสูง 184เมตร กว้าง 42เมตร

- ใช้เวลา 400 วันในการออกแบบ สร้างเสร็จเมื่อปี 1961

- จากไอเดียรูปบอลลูนบนเสาแบบง่าย ๆ ของ Edward Carlson นักธุรกิจใหญ่ที่ได้แรงบัลดาลใจมาจากการได้ไปเห็น Stuttgart Tower ของเยอรมัน รวมกับไอเดีย flying saucer ของสถาปนิก John Graham ที่ออกแบบสถาปัตยกรรมนี้ให้กลายมาเป็น "A towering monument to the aspirations of humanity for a better life" (เค้าว่ากันว่า..)

- มีจุดชมวิว, SkyCity Restaurant: ร้านอาหาร (ที่ต้องใช้เวลาจองกันข้ามปี ถ้าจะขึ้นไปทานอาหารในวันพิเศษ ๆ) ซึ่งจะหมุน 360 องศา ในเวลา 1 ช.ม. อยู่บนสุด และร้านขายของที่ระลึกที่ชั้นล่าง โดยมีลิฟท์โดยสารที่มีความเร็ว 10 mph. (43 วินาที) แต่ก็ต้องรอคิวกันเป็นช.ม.นะ ถ้าหน้าเทศกาล

- ถ้าขึ้นไปยังจุดชมวิวไม่เพียงแต่จะเห็น downtown ของ Seattle แล้ว ยังจะสามารถเห็น Cascade Mountains, Mount Rainier, Elliot Bay และหมู่เกาะรอบๆ ได้ (อันนี้ไม่รู้จริงหรือป่าว เพราะยังไม่เคยขึ้นไป..ซะงั้น)

- แล้วเชื่อไหมว่า ตอน summer ในวันที่ร้อน ๆ มันสามารถจะขยายออกได้อีก 1 นิ้ว

มีเพื่อนมาเยี่ยมเราหลายคนนะ ทุกคนก็ได้ขึ้นไปชมวิวบน Space Needle กันหมดแล้ว ถ้าเป็นเราไปเยี่ยมพวกเค้า ก็คงไปที่ๆ มันเป็นจุดสนใจของเมืองนั้นเหมือนกันนั้นแหละ เอาเป็นว่าก่อนกลับคงได้ขึ้นไปชมวิวบนนั้นซักครั้ง....โอ้หล่ะหนา




ps. รูปหน่ะ...ไม่ได้ถ่ายเองหรอกจ๊ะ ยืมเค้ามาทั้งน้าน... :)

อันนี้เพิ่มให้คุณเฮียตุ้มตามคำเรียกร้อง (รึเปล่า) Downtown Seattle ถ่ายจาก Alki Beach...เช่นกันค่ะ...ไม่ได้ถ่ายเอง ยืมเค้ามาเช่นกัน ;)

ทะเลที่ไหน ยังไงก็ไม่สวยเท่าบ้านเรา....